รวบแท็กซี่มหาภัยเป็นเอดส์จี้ข่มขืนก่อนชิงทรัพย์เหยื่อเป็นสาวใบ้ รับก่อเหตุมากว่า 10 ครั้ง
ที่ บก.น.1 วันที่ 20 ก.พ.พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รรท.ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 แถลงข่าว พ.ต.ท.กฤษณะ สุกันทะ สว.สส.สน.พญาไท พร้อมกำลัง จับกุม นายแก้ว สังข์เมือง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 2 ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยี่ห้อคอมแพค สีดำ 1 เครื่อง ราคา 20,000 บาท จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ห้างบิ๊กซีลาดพร้าว เมื่อตอนเช้าวันเดียวกันนี้
สืบเนื่องมาจาก เมื่อตอนเย็นวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา นางนิจติยา โลว์ และสามี ได้ว่าจ้างรถแท็กซี่มีนายแก้วเป็นคนขับ ไปส่งที่คอมพีซคอนโด ถนนราชปรารภ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม. พอถึงที่หมาย นายแก้ว ทำทีเป็นช่วยเหลือยกสิ่งของลงจากรถ แต่แอบนำกระเป๋าคอมพิวเตอร์ซ่อนไว้ ก่อนบอกว่ายกของลงหมดแล้วและขับรถออกไป ต่อมาผู้เสียหายได้โทรศัพท์สอบถามนายแก้ว จากเบอร์ที่ผู้ต้องหาเคยให้ไว้ แต่นายแก้วบอกว่าไม่พบ กระทั่งวันที่ 18 ก.พ. นายแก้วได้ติดต่อกลับผู้เสียหายบอกว่าหากอยากได้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คคืนให้นำเงิน 6,000 บาท มาไถ่ถอนคืน ผู้เสียหายจึงแจ้งตำรวจ สน.พญาไท ก่อนจะนัดหมายและจับกุมได้ที่ห้างบิ๊กซีลาดพร้าว
จากการตรวจค้นรถแท็กซี่พบบัตรประชาชนบุคคลอื่น 9 ใบ สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ ระบุชื่อบุคคลอื่น 2 เล่ม ตั๋วจำนำ 3 ใบ บัตรเอทีเอ็มธนาคารต่างๆ 2 ใบ เอกสารอื่นๆ ระบุชื่อบุคคลอื่นจำนวนหนึ่ง และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 22 อัน สำหรับผู้ต้องหารายนี้ถือว่าเป็นภัยสังคมอย่างมาก นอกจากจะลักทรัพย์แล้ว ยังพาผู้โดยสารไปข่มขืนกระทำชำเรา ทั้งที่ตัวเองป่วยเป็นโรคเอดส์ และก่อเหตุมากว่า 10 ราย
พ.ต.ท.กฤษณะ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาจะหลอกลวงหญิงสาวไปร่วมหลับนอน จากนั้นจะนำบัตรเอทีเอ็มของเหยื่อรายก่อนๆมาหลอกให้หญิงสาวไปกดเงินเพื่อความเชื่อใจ ก่อนขับรถหลบหนี นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุใช้มีดจี้ข่มขืนผู้เสียหายด้วยหากไม่ยินยอม รายล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ลงมือกับ น.ส.อุ้ย (นามสมมติ) อายุ 20 ปี และน.ส.อ้าย (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งทั้งสองรายเป็นคนใบ้ นายแก้วใช้มีดจี้ข่มขืนในรถ ก่อนได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด 2,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากนั้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว ผู้ต้องหายังมีเชื้อเอชไอวีอีกด้วย อ้างว่าใช้ถุงยางอนามัยกับเหยื่อทุกครั้งที่ข่มขืนเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นเอดส์ เมื่อได้ทรัพย์สินจะนำไปขายหรือจำนำ ตำรวจจึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรนำตัวส่งสน.พญาไท ดำเนินคดี ส่วนข้อหาข่มขืนกระทำชำเรามีที่ สน.ลาดพร้าว และในพื้นที่อื่นๆ
ด้าน นายแก้ว รับสารภาพว่า ขับรถแท็กซี่ช่วงเวลา 05.00-20.00 น. ในย่านห้วยขวาง รัชดา และลาดพร้าว ส่วนใหญ่ที่ก่อเหตุจะมาจากการพุดคุยจนเหยื่อหลงเชื่อยอมให้พาเข้าโรงแรมร่วมหลับนอน ก่อนลักทรัพย์สินแล้วหลบหนีไป แต่มีบางรายยอมรับว่าใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์และข่มขืน โดยเหยื่อบางคนจะมีเบอร์โทรศัพท์ตนเพราะพูดคุยกันถูกคอและเพื่อให้ติดต่อเวลาจะใช้บริการรถแท็กซี่
เดลินิวส์



แสดงความคิดเห็นโดยใช้ Facebook :