Jeremy Lin หรือ เจเลมี หลิน นักบาสเก็ตบอล NBA เชื้อชาติไต้หวันที่กำลังฮอตที่สุดในตอนนี้
10 สุดยอด การทำคะแนนของหลิน ในช่วงที่ผ่านมา
หลิน ชู๊ต 3 คะแนน ในวินาทีสุดท้าย ทำให้ทีมชนะ
กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเออยู่ในเวลานี้ สำหรับเด็กหนุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวัน ผู้พกดีกรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยชื่อก้องอย่างฮาวาร์ด ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.1 ถึงตอนนี้คงไม่มีคอกีฬายัดห่วงที่ไม่รู้จักชื่อ “เจเรมี หลิน” เจ้าของกระแส “Linsanity ฟีเวอร์” อีกแล้ว
นับตั้งแต่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ด้วยการลงมายัด 25 แต้ม 5 รีบาวด์ 7 แอสซิสต์ ทั้งที่เป็นตัวสำรองให้กับ นิวยอร์ก นิกส์ นัดเอาชนะ นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์ 99-92 ถึงตอนนี้ หลิน และพรรคพวกก็หยุดไม่อยู่อีกต่อไป เมื่อชนะมารวด 7 เกมติดต่อกัน โดยเฉพาะพ้อยท์การ์ดวัย 23 ปี ที่โชว์ฟอร์ม “แบก” ทีมเอาไว้อย่างมาก
ไล่ตั้งแต่เป็นตัวจริงครั้งแรกในชีวิต ก่อนทำ 28 แต้ม 8 แอสซิสต์ให้ นิกส์ ชนะ ยูทาห์ แจ๊ซซ์, ดับเบิล-ดับเบิลครั้งแรก 23 แต้ม 10 แอสซิสต์ ชนะ วอชิงตัน วิซาร์ดส์, 38 แต้ม 7 แอสซิสต์ ชนะทีมสุดแกร่งอย่าง แอลเอ เลเกอร์ส, 20 แต้ม 8 แอสซิสต์ ชนะ มินเนโซตา ไวกิงส์, 27 แต้ม 11 แอสซิสต์ รวมถึงชู้ต 3 แต้มในวินาทีสุดท้ายให้ทีมชนะ โตรอนโต แร็พเตอร์ส หวุดหวิด และล่าสุดอีก 10 แต้ม 13 แอสซิสต์ ชนะ ซาคราเมนโต คิงส์ แค่นี้ก็เพียงพอที่ทำให้ หลิน สามารถครองใจคนทั้งเมืองนิวยอร์กไว้ได้เรียบร้อยแล้ว
โดย เจเรมี ชู-เหา หลิน เกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 1988 ในครอบครัวชาวไต้หวัน ที่อพยพย้ายมาอยู่ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐฯ ขณะที่ความเก่งกาจทางกีฬายัดห่วงของเขา เริ่มฉายแววตั้งแต่เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัลโต พาโต ไฮสคูล ก่อนเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่ฮาร์วาร์ดในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายของกลุ่มไอวีลีก หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง 8 แห่งของสหรัฐฯ นั้นไม่มีนโยบายให้ทุนกับนักศึกษานักกีฬา ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องส่งเสียลูกชายเข้าเรียนเอง ก่อนจบการเศรษฐศาสตร์บัณฑิต ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.1 ในปี 2010
ถึงแม้จะจบจากหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก แต่ หลิน กลับเลือกตามฝันของตัวเองด้วยเส้นทางนักบาสเกตบอลอาชีพ แต่แม้จะฉายแววพอตัวสมัยมหาวิทยาลัย หลิน กลับไม่ได้รับการดราฟท์ ขณะที่สุดท้ายแม้จะได้รับข้อเสนอจาก 2 ทีมดังอย่าง แอลเอ เลเกอร์ส และ ดัลลัส มาเวอริกส์ แต่ หลิน ก็ตัดสินใจเลือกเซ็นสัญญากับ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส ทีมโปรดในวัยเด็ก อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลแรก หลิน ต้องแข่งขันในบทบาทตัวสำรองของทีมเสียเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงถูกส่งไปเล่นในดี-ลีกด้วย จนเมื่อสิ้นสุดการล็อกเอาท์ในปี 2011 หลิน ไม่ได้รับการต่อสัญญาให้อยู่กับ วอร์ริเออร์ส ต่อไป ภายใต้ มาร์ค แจ็คสัน โค้ชคนใหม่ ถึงแม้เขาจะมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของทีมก็ตาม รวมถึงได้ไปซ้อมร่วมกับทีม ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่ได้รับการันตีสัญญากับทีม
กระทั่งปลายปี 2011 นิวยอร์ก นิกส์ ตัดสินหยิบยื่นโอกาสให้ หลิน เข้าไปร่วมทีม เพื่อเป็นตัวสำรอง หลัง อิมาน ชัมเพิร์ท การ์ดรุกกีตัวจริงมีอาการบาดเจ็บ ก่อนออกสตาร์ทเกมแรกด้วยการกลับไปเยือนทีมเก่า วอร์ริเออร์ส ที่โอราเคิล อารีนา อย่างไรก็ตาม อนาคตของเขายังคงไม่ชัดเจนนัก เมื่อถูกส่งไปเล่นในระดับดี-ลีกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังระเบิดฟอร์มด้วยการทำทริปเปิล-ดับเบิล เขาก็ถูก นิกส์ เรียกกลับมาใช้งาน กระทั่งบทละครของ “Lin-sanity” จึงถูกเขียนขึ้นในที่สุด เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเขาลงมาเป็นตัวสำรองก่อนแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว ในชัยชนะเหนือ นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์ 99-92 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขายังคงไม่มีแม้แต่บ้านของตัวเอง ต้องอาศัยโซฟาของบ้านเพื่อนร่วมทีม และสัญญาก็จะหมดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยไม่รู้เลยว่าจะได้รับการต่อสัญญาไปจนถึงจบฤดูกาลนี้หรือไม่
แต่ถึงตอนนี้ หลิน ได้ก้าวขึ้นมาซุปเปอร์สตาร์ตัวเก่งของ นิกส์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้เช่าอพาร์ทเมนท์ตัวเองแล้วเช่นกัน! และโด่งดังกลับไปประเทศไต้หวัน ที่ก็กำลังมีกระแสคลั่งไคล้เขาไม่แพ้ที่อเมริกา ที่แม้แต่กระทั่งประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังมีรายงานว่า อดตามเชียร์รุ่นน้องจากฮาร์วาร์ดรายนี้ไม่ได้ด้วยเช่นกัน
ต่อไปนี้ถ้าช่วงเช้าๆ ท่านผู้อ่านว่าง ไม่ติดธุระปะปังใดๆ ก็ขอเชิญชวนมาช่วยกันเชียร์เจ้าหนุ่มตี๋ “หลิน” เพราะไม่แน่ว่าท่านอาจจะกลายเป็นสาวกคนใหม่ของ “Linsanity” คนนี้ก็เป็นได้!!!
บทความโดย thairath



แสดงความคิดเห็นโดยใช้ Facebook :